ประชามติแก้รัฐธรรมนูญ ปี 69: “เห็นชอบ” vs “ไม่เห็นชอบ” ต่างกันยังไง?

Series: Thai Election 2026

ปี 2569 เรามีนัดสำคัญที่คูหาเลือกตั้งอีกครั้ง เพื่อชี้ชะตา “กติกาหลักของประเทศ”

ถ้าใครยังงงว่าทำไมต้องโหวต แล้วผลลัพธ์ต่างกันตรงไหน?

ทำไมต้องโหวต?

เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน (ปี 60) ถูกล็อกไว้แน่นหนามาก การจะ “รื้อแล้วเขียนใหม่” ต้องได้รับอนุญาตจากประชาชน (เจ้าของประเทศ) ก่อน


ถ้าคุณกา “เห็นชอบ” (Agree)

👉 ความหมาย: “อนุญาต” ให้เขียนกติกาใหม่

  • ผลลัพธ์: ประเทศจะกดปุ่ม Reset
  • สิ่งที่จะเกิด: เราจะได้เลือกตั้ง ส.ส.ร. (สภาร่างรัฐธรรมนูญ) เข้ามาเขียนกฎหมายใหม่แทนคนชุดเดิม
  • เป้าหมาย: เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างอำนาจ รื้อกลไกที่สืบทอดมาจาก คสช. และสร้างกติกาที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
  • สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น:

ถ้าคุณกา “ไม่เห็นชอบ” (Disagree)

👉 ความหมาย: “ไม่อนุญาต” ให้แก้ (หรือพอใจของเดิม)

  • ผลลัพธ์: ประเทศใช้กติกา เดิม
  • สิ่งที่จะเกิด: ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ต่อไปทุกมาตรา
  • เป้าหมาย: คงสถานะเดิม (Status Quo) อำนาจองค์กรอิสระ ยุทธศาสตร์ชาติ และกติกาการเมืองแบบเดิมยังอยู่ครบ
  • สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้น: ถ้าประชามติแพ้ ความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญปี 60 จะพุ่งสูงขึ้นทันที ฝ่ายการเมืองจะไม่มีใครกล้าแตะเรื่องนี้อีกนาน (อาจจะหลายปี) เพราะอ้างได้ว่า “ประชาชนเอาฉบับนี้”

⚠️ แต่ยังไม่จบ

การที่คนส่วนใหญ่โหวต “เห็นชอบ” ในปี 2569 เปรียบเสมือนแค่การได้รับ “ใบอนุญาตให้สร้างบ้าน” เท่านั้น แต่ยังไม่ได้แปลว่าบ้านจะถูกสร้างจนเสร็จ หรือสร้างออกมาแล้วเราจะเข้าอยู่ได้จริง

ยังมี “ด่านอันตราย” อีกหลายด่านที่อาจทำให้เราไม่ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้ประชามติจะผ่านแล้วก็ตาม

1. ด่านการเมืองในสภา (แก้ ม.256)

พอประชามติผ่าน รัฐสภาต้องนำผลนั้นมาแก้กฎหมาย (มาตรา 256) เพื่อตั้ง สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)

  • ต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 (ตาม ม.256) หาก ส.ว. ที่ครองเสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นชอบ ก็ไม่มีทางหาเสียง ส.ว. ได้ครบตามกฎหมาย
  • ความเสี่ยง: ถ้าเกิดสภาล่ม, ยุบสภา, หรือเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในช่วงนี้ กระบวนการอาจสะดุดหยุดลงได้

2. ด่านเลือกตั้งคนมาร่าง (ส.ส.ร.)

เราต้องมีการเลือกตั้งตัวแทนเข้ามาร่างกฎหมายใหม่

  • ความเสี่ยง: หน้าตาของ ส.ส.ร. จะเป็นใคร? มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด 100% หรือมีโควตาแต่งตั้งแฝงมา? ถ้าได้คนที่ประชาชนไม่เชื่อมั่น ร่างที่ออกมาก็อาจจะมีปัญหา

3. ด่านเนื้อหา (ร่างออกมาแล้วหน้าตาเป็นไง?)

เมื่อ ส.ส.ร. ร่างเสร็จแล้ว เนื้อหาข้างในอาจจะไม่ถูกใจประชาชนก็ได้

  • ความเสี่ยง: เช่น ถ้าเขียนออกมาแล้วแย่กว่าเดิม หรือไม่ได้แก้ปัญหาหลักๆ ประชาชนอาจจะไม่อยากได้

4. ด่านประชามติ “รอบตัดสิน” (The Final Boss)

นี่คือจุดตาย! ตามกติกา เมื่อร่างเสร็จแล้ว ต้องทำประชามติอีกรอบ เพื่อถามประชาชนว่า “รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้หรือไม่?”

  • ถ้าประชาชนโหวต “รับ” ถึงจะได้ใช้รัฐธรรมนูญใหม่ (ยกเลิกฉบับปี 60)
  • ถ้าประชาชนโหวต “ไม่รับ” (เพราะเนื้อหาไม่ดี หรือร่างมาแล้วแย่) ร่างนั้นจะตกไปทันที และเราต้องกลับไปใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ตามเดิม! เหมือนวนกลับไปจุดเริ่มต้น

สรุปสั้นๆ

การชนะโหวตในปี 2569 คือการ “ไขกุญแจดอกแรก” เพื่อเปิดประตูให้เริ่มกระบวนการได้ แต่กว่าจะได้ถือรัฐธรรมนูญเล่มใหม่ในมือ ยังต้องลุ้นกันอีกยาวๆ หลายปี และต้องผ่านการโหวตใหญ่อีกครั้งตอนร่างเสร็จ


เกี่ยวกับผู้เขียน

ชาย ในระบบโรงเรียน เขาศึกษามาทางด้านวิศวกรรมโยธา มีประสบการณ์ด้านวิชาการเกี่ยวกับน้ำและสภาพอากาศ เขาก้าวเข้าสู่วงการ Startup มีความสนใจในการขับเคลื่อนภาคประชาชน โดยมองผ่านด้าน non-technical เช่น ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และการเมือง เขายังมีโอกาสคลุกคลีกับศิลปินที่มีความหลากหลายและมุมมองที่แตกต่าง ทำให้เขาได้เรียนรู้และเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับโลก

ปัจจุบันเขาทำงานในด้าน IoT และการบริหารจัดการพลังงาน