ประเทศไทยในมิติโลก
ภาพจำ ความคาดหวัง และโอกาสในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
สองภาพลักษณ์: การรับรู้ของไทยในสายตาโลก
ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยได้สร้างภาพลักษณ์ที่สดใสในระดับสากล ซึ่งได้รับการยกย่องในด้านวัฒนธรรมและการต้อนรับ แต่ในขณะเดียวกันก็เผชิญกับความท้าทายด้านธรรมาภิบาลและสังคมที่ยังคงมีอยู่
คาดการณ์นักท่องเที่ยวปี 2568
ของโลกด้าน “ผู้คนเป็นมิตร”
ของโลกด้าน “อาหารที่คนทั่วโลกชื่นชอบ”
ประวัติศาสตร์ความไม่มั่นคงทางการเมือง
การรัฐประหารสองครั้งในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อชื่อเสียงระดับโลกและความก้าวหน้าทางประชาธิปไตยของไทย
รัฐประหารปี 2549
การโค่นล้มรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นำไปสู่ช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนทางการเมือง
รัฐประหารปี 2557
คสช. เข้ายึดอำนาจ ส่งผลให้ชื่อเสียงระดับโลก “ตกต่ำลงอย่างมาก” และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหยุดชะงัก
การเลือกตั้งทั่วไปปี 2566
สถานะดีขึ้นเป็น “เสรีบางส่วน” แต่สถาบันที่มาจากการแต่งตั้งของทหารขัดขวางพรรคปฏิรูปที่ชนะการเลือกตั้งจากการจัดตั้งรัฐบาล
ความท้าทายด้านธรรมาภิบาลและสิทธิมนุษยชน
ปัญหาการทุจริตและสิทธิมนุษยชนที่ยังคงมีอยู่ สร้างภาพลักษณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อน ซึ่งแตกต่างจากชื่อเสียงด้านการต้อนรับของประเทศ
การตอบสนองความคาดหวังระดับโลก
ประชาคมระหว่างประเทศคาดหวังให้ประเทศไทยมีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การปฏิบัติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการยึดมั่นในมาตรฐานสากล ในขณะที่คนไทยในต่างแดนหวังให้ประเทศสะท้อนความภาคภูมิใจและสนับสนุนความทะเยอทะยานของพวกเขา
การขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจและนวัตกรรม
พันธมิตรระหว่างประเทศคาดหวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าที่มั่นคงและเป็นผู้นำด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์
การเจรจา FTA ไทย-EU
กลับมาดำเนินการในปี 2566 โดยมีเป้าหมายแล้วเสร็จภายในปี 2568 เน้นการค้า ความยั่งยืน และมาตรฐานแรงงาน
การลงทุนด้านเทคโนโลยีขนาดใหญ่
กว่า 1 แสนล้านบาทจาก Google, Microsoft, Amazon ในปี 2567-2568 สำหรับ AI และศูนย์ข้อมูล
ความมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืน
ตั้งเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอนปี 2593 และ Net Zero ปี 2608 พร้อมร่าง พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
การรับมือกับแรงกดดันทางการค้า
ภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ที่อาจเกิดขึ้น เป็นภัยคุกคามสำคัญต่อเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกของไทย เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเจรจาเชิงกลยุทธ์และการกระจายตลาด
ปลดล็อกศักยภาพของคนไทย
ด้วยการใช้จุดแข็งทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และการเปิดรับทักษะแห่งอนาคต ประเทศไทยและพลเมืองมีโอกาสสำคัญที่จะเติบโตในเวทีโลก
ทักษะที่เป็นที่ต้องการสำหรับอนาคตระดับโลก
เศรษฐกิจโลกต้องการความเชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และทักษะดิจิทัลที่ทันสมัย ซึ่งสร้างเส้นทางใหม่สำหรับผู้เชี่ยวชาญชาวไทย
Soft Power ในฐานะกลไกทางเศรษฐกิจ
ยุทธศาสตร์ระดับชาติของรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนสินทรัพย์ทางวัฒนธรรมให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจใน 13 อุตสาหกรรมหลัก
คู่มือเตรียมพร้อมสำหรับ Forum
ประเด็นหลักและข้อมูลเชิงลึก
Forum Preparation Guide: Key Discussion Points & Insights
1. ภาพจำ (Perceptions)
วัตถุประสงค์: ทำความเข้าใจว่านานาชาติมองประเทศไทยอย่างไร ทั้งในด้านบวกและด้านที่ท้าทาย เพื่อให้เห็นภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์และซับซ้อนของประเทศในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลเชิงลึกสำหรับการเตรียมพร้อม:
- ภาพจำเชิงบวก (Positive Perceptions):
- การท่องเที่ยว: ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมอันดับต้นๆ ของโลกมาอย่างต่อเนื่อง (อันดับ 16 ในปี 2548 และ 2553) [92] โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงสุดที่ 39.92 ล้านคนในปี 2562 [109] และฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งหลังวิกฤตโควิด-19 (จาก 430,000 คนในปี 2564 [109] เป็น 32.40 ล้านคนในปี 2567 [109]) คาดการณ์ว่าจะสูงถึง 36-40 ล้านคนในปี 2568 [109] กรุงเทพฯ ยังคงเป็นเมืองที่มีผู้เยี่ยมชมมากที่สุดในโลกอย่างต่อเนื่อง (22.78 ล้านคนในปี 2566) [109] นโยบายยกเว้นวีซ่าสำหรับหลายประเทศและการเพิ่มระยะเวลาพำนักสูงสุดเป็น 60 วัน ของรัฐบาลปัจจุบัน มีส่วนสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยว.[1]
- Soft Power: อาหารไทย (Thai Cuisine), มวยไทย (Muay Thai), และเทศกาลที่มีชีวิตชีวาอย่างสงกรานต์และลอยกระทง ยังคงเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากลอย่างกว้างขวาง.[110, 111, 98] ในปี 2568 ไทยเลื่อนขึ้น 1 อันดับมาอยู่ที่ 39 ในดัชนีพลังอ่อนระดับโลก (Global Soft Power Index) และติดอันดับ 4 ด้าน “ผู้คนเป็นมิตร” และอันดับ 6 ด้าน “อาหารที่คนทั่วโลกชื่นชอบ”.[112] รัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับการผลักดัน Soft Power เป็นวาระแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ 4 ล้านล้านบาทผ่าน 13 อุตสาหกรรม.[19, 97]
- ความปลอดภัย: ไทยได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 10 อันดับแรกของประเทศที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวหญิงที่เดินทางคนเดียว (อันดับ 8 ในปี 2568) [113, 10] ซึ่งช่วยเสริมสร้างแบรนด์ “Amazing Thailand”.[113] ในเดือนมิถุนายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ปรับระดับคำแนะนำการเดินทางสำหรับประเทศไทยเป็น “ระดับ 1 – ใช้ความระมัดระวังตามปกติ” ซึ่งเป็นระดับความปลอดภัยสูงสุด.[76, 114]
- ภาพจำที่ท้าทาย (Challenging Perceptions):
- ปัญหาทางสังคม (การค้ามนุษย์): การค้ามนุษย์ยังคงเป็นข้อกังวลสำคัญ โดยเฉพาะการค้ามนุษย์ทางเพศ ซึ่งเชื่อมโยงกับความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจและการทุจริตภายในภาครัฐ.[112, 60, 61] สถานะในรายงาน Trafficking in Persons (TIP) Report ของสหรัฐฯ มีความผันผวนอย่างมากในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา (ดูตารางที่ 2).[70, 115, 71, 100, 64, 62, 29, 116, 21, 51, 117, 23, 118, 119, 24, 25, 120, 121, 122, 83, 105, 123, 107, 103, 124, 125, 126, 52, 127, 73, 84, 108] แม้รัฐบาลจะพยายามแก้ไข แต่การระบุตัวบุคคลที่ถูกค้ามนุษย์อย่างจำกัด และอัตราการดำเนินคดีต่ำยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตา.[112, 60, 61, 62, 29, 54]
- ธรรมาภิบาลและการเมือง: ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเผชิญกับการรัฐประหาร 2 ครั้ง (2549 [58] และ 2557 [82, 128]) ซึ่งส่งผลให้ชื่อเสียงระดับโลก “ตกต่ำลงอย่างมาก” [59] และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศถูกมองว่า “ถดถอยจนหยุดนิ่ง”.[59] แม้การเลือกตั้งปี 2566 จะทำให้สถานะดีขึ้นเป็น “เสรีบางส่วน” [30, 31] แต่ คะแนนดัชนีการรับรู้การทุจริต (Corruption Perception Index – CPI) ของไทยลดลงมาอยู่ที่ 34 ในปี 2567 (อันดับ 107 จาก 180 ประเทศ) [96, 129] สะท้อนการรับรู้ถึงการขาดความโปร่งใสในการใช้จ่ายภาครัฐ.[96, 129] และยังคงมีข้อกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของสถาบันที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง (เช่น วุฒิสภา) [30, 31, 33, 19] และการปราบปรามเสรีภาพในการแสดงออกและการชุมนุมอย่างต่อเนื่อง.[33, 28]
- ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา: ความขัดแย้งเรื่องเขตแดนและปราสาทพระวิหาร (โดยเฉพาะช่วงปี 2551-2554) [133, 134, 135] ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยในด้านเสถียรภาพระดับภูมิภาคและความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การตัดสินของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ในปี 2556 [136] และความพยายามในการเจรจาหลังเหตุการณ์ [137] แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาค และเป็นภาพจำที่นานาชาติจับตาดูเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและการแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ
- โครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม (มลพิษทางอากาศ): แม้จะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ แต่ภาพจำเรื่องความแออัด (โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ) และมลพิษทางอากาศ (PM2.5) ที่เกิดจากการเผาในที่โล่งและภาคอุตสาหกรรม ยังคงเป็นประเด็นเรื้อรัง.[130, 131, 77] ในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2568 กรุงเทพฯ เผชิญวิกฤตหมอกควันที่เป็นอันตราย นำไปสู่การปิดโรงเรียนกว่า 350 แห่ง และนโยบายทำงานจากที่บ้าน.[77] รัฐบาลพยายามแก้ไขผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การทำฝนเทียม, การสั่งห้ามเผาพืชผล, การตรวจจับการปล่อยมลพิษจากยานพาหนะ, และการให้บริการขนส่งสาธารณะฟรีชั่วคราว.[77] ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด (Clean Air Act) กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาในรัฐสภา คาดว่าจะผ่านในปี 2568 และมีผลบังคับใช้ในปี 2569/2570.[40, 34, 44, 54, 45, 46, 20, 101, 48]
- ภาษีจากสหรัฐฯ (โดยเฉพาะภายใต้การบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์): การที่สหรัฐฯ ขู่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราสูง (เช่น 36% ที่คาดว่าจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 หากการเจรจาไม่สำเร็จ) [1.2, 1.3, 2.1, 2.4, 3.2, 5.1, 5.2] ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะคู่ค้าและแหล่งลงทุนที่มั่นคงและแข่งขันได้ในสายตานานาชาติ ภาพจำนี้รุนแรงขึ้นเมื่อพิจารณาว่าคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียเผชิญกับอัตราภาษีที่ต่ำกว่ามาก (20% และ 19% ตามลำดับ) [1.2] ซึ่งทำให้ประเทศไทยถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าในการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) [1.2, 2.3, 3.1] นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อมโยงการเจรจาทางการค้ากับความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา [1.3, 1.4] ยังทำให้ภาพลักษณ์ของไทยในด้านเสถียรภาพระดับภูมิภาคและความสามารถในการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศซับซ้อนยิ่งขึ้น
ตารางที่ 1: สถิติสำคัญด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย (พ.ศ. 2548-2568)
| ตัวชี้วัด | 2548 | 2553 | 2557 | 2562 (ก่อนโควิด) | 2564 | 2566 | 2567 | 2568 (คาดการณ์) |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ (ล้านคน) | 11.5 [92] | 15.9 [92] | 24.7 [85] | 39.92 [109] | 0.43 [109] | 28.15 [109] | 32.40 [109] | 36-40 [109] |
| รายได้จากการท่องเที่ยว (พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) | N/A | N/A | 34.6 [85] | 59.8 [109] | N/A | 29.7 [109] | 42.7 [109] | 65 [109] |
| การใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวัน (บาท) | N/A | N/A | N/A | 5,172 [1] | N/A | 4,077 [1] | 5,690 [109] | N/A |
ที่มา: กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ธนาคารแห่งประเทศไทย, Road Genius, World Bank [1, 109, 92, 85]
ตารางที่ 2: อันดับ Trafficking in Persons (TIP) Report ของสหรัฐฯ สำหรับประเทศไทย (พ.ศ. 2548-2567)
| ปี | อันดับ TIP Report |
|---|---|
| 2548 | Tier 2 [107] |
| 2549 | Tier 2 [117, 124] |
| 2550 | Tier 2 [83, 125, 108] |
| 2551 | Tier 2 [118, 126] |
| 2552 | Tier 2 Watch List [105, 52] |
| 2553 | Tier 2 Watch List [127, 73] |
| 2554 | Tier 2 Watch List [25, 84] |
| 2555 | Tier 2 Watch List (พร้อมการยกเว้น) [120] |
| 2556 | Tier 2 Watch List (พร้อมการยกเว้น) [121] |
| 2557 | Tier 3 [83, 105, 123] |
| 2558 | Tier 3 [70, 86] |
| 2559 | Tier 2 Watch List [64] |
| 2560 | Tier 2 Watch List [64] |
| 2561 | Tier 2 Watch List [64] |
| 2562 | Tier 2 [21] |
| 2563 | Tier 2 [21, 57] |
| 2564 | Tier 2 Watch List [115, 71] |
| 2565 | Tier 2 [100, 64] |
| 2566 | Tier 2 [62, 39] |
| 2567 | Tier 2 [29, 116] |
ที่มา: รายงาน Trafficking in Persons (TIP) Report ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ (ปีต่างๆ) [70, 115, 71, 100, 64, 62, 29, 116, 21, 51, 117, 23, 118, 119, 24, 25, 120, 121, 122, 83, 105, 123, 107, 103, 124, 125, 126, 52, 127, 73, 84, 108]
ตารางที่ 3: อันดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) ของประเทศไทย (พ.ศ. 2548-2567)
| ปี | คะแนน CPI (0-100) | อันดับโลก (จาก 180 ประเทศ) |
|---|---|---|
| 2548 | 38 [93] | N/A |
| 2557 | 38 [129] | N/A |
| 2558 | 38 [129] | N/A |
| 2565 | 36 [129, 26] | 101 [129, 26] |
| 2566 | 35 [129, 86] | 108 [129, 86] |
| 2567 | 34 [96, 129] | 107 [96, 129] |
ที่มา: Transparency International [96, 129, 42, 106, 86, 93, 132]
คำถามสำหรับกระตุ้นการสนทนา:
- ในประสบการณ์ส่วนตัวของคุณ หรือจากการสังเกตในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา คนต่างชาติที่คุณพบเจอมีภาพจำเกี่ยวกับประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง?
- คุณคิดว่าภาพจำเชิงบวกใดที่ไทยสามารถใช้เป็นจุดแข็งในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ดีที่สุดในปัจจุบัน? และภาพจำเชิงลบใดที่เราควรรีบแก้ไขอย่างเร่งด่วน?
- ในฐานะคนไทยในต่างแดน เราจะมีบทบาทอย่างไรในการสื่อสารความจริงและปรับปรุงภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้ทันสมัยและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น?
2. ความคาดหวัง (Expectations)
วัตถุประสงค์: สำรวจว่าประชาคมระหว่างประเทศมีความคาดหวังอะไรจากประเทศไทยในมิติต่างๆ และความคาดหวังเหล่านั้นส่งผลต่อบทบาทของเราอย่างไรในปัจจุบัน รวมถึงความคาดหวังของคนไทยในต่างประเทศ
ข้อมูลเชิงลึกสำหรับการเตรียมพร้อม:
- ความคาดหวังจากประชาคมระหว่างประเทศ (Expectations from the International Community):
- ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน:
- เสถียรภาพและความโปร่งใส: นักลงทุนต่างชาติคาดหวังความต่อเนื่องและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมือง รวมถึงความโปร่งใสของกฎระเบียบและการลดการทุจริต เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน.[1, 2] รัฐบาลปัจจุบันพยายามสร้างความเชื่อมั่นผ่านนโยบายเศรษฐกิจและโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น โครงการ Land Bridge, การส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve).[3, 4]
- การเปิดกว้างทางการค้า: การเจรจา FTA ระหว่าง EU และไทยที่กลับมาดำเนินการอีกครั้ง (เริ่มอย่างเป็นทางการ มี.ค. 2566, คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2568) สะท้อนความคาดหวังในการเปิดกว้างทางการค้า และการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลด้านสิ่งแวดล้อม แรงงาน และธรรมาภิบาล.[5, 6, 7, 8]
- นวัตกรรมและเทคโนโลยี: มีความคาดหวังให้ไทยก้าวทันเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EVs), เศรษฐกิจดิจิทัล, AI และศูนย์ข้อมูล.[9, 10, 11, 12, 13, 14, 15, 16, 17, 18, 19, 20, 21, 22, 23, 24, 25, 26] มีการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกอย่าง Google, Microsoft, Amazon กว่า 1 แสนล้านบาทในปี 2567-2568 [12, 13, 14, 20, 23, 25, 26] ซึ่งเป็นผลจากนโยบายส่งเสริมการลงทุนด้านเทคโนโลยีของรัฐบาล.[13, 14, 18]
- ด้านสังคมและธรรมาภิบาล:
- สิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม: ประชาคมโลกให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชน เสรีภาพในการแสดงออก การชุมนุมโดยสงบ และหลักนิติธรรม.[27, 28, 18, 29] มีการจับตาดูการดำเนินคดีกับนักกิจกรรมและกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอย่างใกล้ชิด.[30, 31, 27, 13, 32, 33, 28, 18, 29, 34, 19, 35] ไทยได้ผ่านกฎหมายรับรองการสมรสเท่าเทียมในปี 2567 [27, 33, 36, 37] และกำลังดำเนินการเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งกำหนดให้มีการปรับปรุงธรรมาภิบาลและความโปร่งใส.[13, 36, 38, 39]
- ความยั่งยืนและการรับมือสภาพภูมิอากาศ: คาดหวังบทบาทที่แข็งขันของไทยในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (2593) และ Net Zero (2608).[51, 56, 57, 26, 47, 58, 59, 35, 36, 60] ผ่านการออก พ.ร.บ. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และกลไกการกำหนดราคาคาร์บอนต่างๆ [51, 56, 57, 47, 61, 59, 34, 35, 36] เพื่อให้สอดคล้องกับข้อตกลงปารีสและลดผลกระทบจากมาตรการภาษีคาร์บอนระหว่างประเทศ (เช่น CBAM ของ EU).[51, 57, 34, 35] รัฐบาลปัจจุบันให้ความสำคัญกับวาระนี้มากขึ้นและมีการจัดประชุมระดับนานาชาติหลายครั้ง.[62, 63]
- การจัดการปัญหาเรื้อรัง: มีความคาดหวังให้ไทยจัดการกับปัญหาการค้ามนุษย์และมลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับความไม่เท่าเทียมและการทุจริต.[21, 12, 3, 64, 65] ซึ่งเป็นความท้าทายที่รัฐบาลต้องเผชิญอย่างต่อเนื่อง.[21, 3, 14, 15, 16, 64]
- การแก้ไขข้อพิพาทระดับภูมิภาคอย่างสันติ: ประชาคมระหว่างประเทศคาดหวังให้ประเทศไทยแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กรณีความขัดแย้งไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับเขตแดนและปราสาทพระวิหาร ด้วยแนวทางสันติวิธีและเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและแสดงบทบาทผู้นำด้านการทูต.
- ความร่วมมือด้านภาษีระหว่างประเทศ (โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ): ประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ คาดหวังให้ประเทศไทยให้ความร่วมมือในด้านความโปร่งใสทางการเงินและการแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษี เพื่อช่วยให้พลเมืองและนิติบุคคลของตนปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของสหรัฐฯ (เช่น FATCA, FBAR) ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งอาจรวมถึงความคาดหวังในการอำนวยความสะดวกในการทำความเข้าใจกฎระเบียบที่ซับซ้อน หรือการปรับปรุงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการรายงานข้อมูลทางการเงินข้ามประเทศ นอกจากนี้ ยังมีความคาดหวังให้ไทยเจรจาและแก้ไขข้อพิพาททางการค้ากับสหรัฐฯ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการค้าและเศรษฐกิจโลก
- ด้านวัฒนธรรมและการปฏิสัมพันธ์:
- การเคารพวัฒนธรรม: ผู้มาเยือนคาดหวังการแสดงออกถึงความเคารพต่อสถาบันหลักของชาติ และวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงการปฏิบัติตามมารยาทไทยที่เหมาะสม.[50, 65, 66, 67]
- การต้อนรับที่ยั่งยืน: การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวนำมาซึ่งความคาดหวังในการจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม.[28, 67, 68] รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและยั่งยืนมากขึ้น โดยเน้นการกระจายรายได้สู่ชุมชน.[28, 67, 68]
- ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน:
- ความคาดหวังของคนไทยในต่างประเทศ (Expectations of Thais Abroad):
- ภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ: คนไทยในต่างแดนคาดหวังให้ประเทศมีภาพลักษณ์ที่ดีในสายตาประชาคมโลก โดยเฉพาะด้านธรรมาภิบาล สิทธิมนุษยชน และความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคม
- การสนับสนุนจากภาครัฐ: คาดหวังการสนับสนุนและดูแลจากสถานทูต/สถานกงสุล รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านเอกสารและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตในต่างประเทศ
- ความก้าวหน้าของประเทศ: คาดหวังให้ประเทศไทยมีการพัฒนาที่ยั่งยืน มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และเป็นที่ยอมรับในเวทีโลกมากขึ้น เพื่อสร้างความภาคภูมิใจและโอกาสในการกลับมาทำงานหรือลงทุนในอนาคต
- การมีส่วนร่วม: คนไทยในต่างแดนจำนวนมากมีความต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ หรือแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นสำคัญต่างๆ โดยคาดหวังช่องทางที่เปิดกว้างและปลอดภัย
- การเชื่อมโยงเครือข่าย: คาดหวังการสนับสนุนการสร้างเครือข่ายคนไทยในต่างแดนให้เข้มแข็ง เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันและเป็นพลังในการขับเคลื่อน
- การแก้ไขข้อพิพาทอย่างสันติ: คนไทยในต่างประเทศอาจมีความคาดหวังให้รัฐบาลแก้ไขข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชา ด้วยแนวทางสันติวิธีและเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพในภูมิภาคและภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศ
- ความชัดเจนและการสนับสนุนด้านภาษีระหว่างประเทศ: คนไทยที่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ (เช่น มีสองสัญชาติ หรือมีถิ่นที่อยู่ถาวร) อาจคาดหวังให้รัฐบาลไทยให้ข้อมูลหรือการสนับสนุนที่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบของกฎหมายภาษีสหรัฐฯ (เช่น FATCA, FBAR) ต่อพวกเขา รวมถึงการพิจารณาถึงความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นจากการเก็บภาษีซ้ำซ้อนหรือภาระการรายงานที่ซับซ้อน นอกจากนี้ ยังคาดหวังให้รัฐบาลดำเนินการอย่างแข็งขันในการเจรจาเพื่อลดหรือหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าจากสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจโดยรวมของไทย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการทำงานหรือการลงทุนของพวกเขาในอนาคต
คำถามสำหรับกระตุ้นการสนทนา:
- ในสายงานหรือสาขาที่คุณอยู่ คุณสังเกตเห็นความคาดหวังใหม่ๆ ที่คนต่างชาติมีต่อประเทศไทยในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมาหรือไม่?
- ในฐานะคนไทยในยุโรป คุณมีความคาดหวังอะไรจากประเทศไทยในปัจจุบัน? และคุณคิดว่ารัฐบาลไทยกำลังตอบสนองความคาดหวังเหล่านั้นได้ดีเพียงพอแล้วหรือยัง?
- เราจะช่วยเป็นตัวแทนในการสร้างความเข้าใจและตอบสนองความคาดหวังที่ซับซ้อนเหล่านี้ได้อย่างไร ทั้งจากมุมมองของต่างชาติและคนไทยในต่างแดน?
3. โอกาสสำหรับคนไทย (Opportunities for Thais)
วัตถุประสงค์: ค้นหาและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับโอกาสที่คนไทยสามารถคว้าได้ในเวทีโลก โดยใช้จุดแข็งและทักษะที่มีอยู่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลเชิงลึกสำหรับการเตรียมพร้อม:
- การใช้ทักษะจากไทย และโอกาสของประเทศไทยในระดับนานาชาติ (Utilizing Skills from Thailand & Thailand’s International Opportunities):
- ทักษะภาษาและวัฒนธรรม:
- ภาษาไทย: ยังคงเป็นภาษาที่มีความต้องการสูงในหลายภาคส่วนทั่วโลก โดยเฉพาะในธุรกิจที่เชื่อมโยงกับไทย การท่องเที่ยว และบริการลูกค้า (US Navy จัดให้ภาษาไทยเป็น 1 ใน 14 “ภาษาที่มีความต้องการสูง”).[69] ความต้องการเรียนภาษาไทยในต่างประเทศเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของวัฒนธรรมป๊อปไทย การท่องเที่ยว และโอกาสทางธุรกิจ.[49]
- ความเข้าใจวัฒนธรรม: ความสามารถในการปรับตัวและเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรม เป็นจุดแข็งที่ทำให้คนไทยโดดเด่นในการทำงานในสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศ.[70]
- ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง:
- การแพทย์และสุขภาพ: ไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ (Medical Hub) และการดูแลสุขภาพ (Wellness Tourism) ที่สำคัญในภูมิภาค.[10, 32, 71, 72] อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของไทยคาดว่าจะมีมูลค่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2566 โดยมีนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ประมาณ 3 ล้านคน.[72] มีโอกาสสำหรับบุคลากรทางการแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของไทยในระดับสากล โดยเฉพาะในยุโรป (เช่น หมอนวดแผนไทย).[73, 74]
- เกษตรแปรรูปและอาหาร: ความเชี่ยวชาญด้านอาหารและเกษตรแปรรูปของไทยเป็นที่ยอมรับ ทำให้เกิดโอกาสในการส่งออกผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง.[75]
- การออกแบบและสร้างสรรค์: อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยเติบโตขึ้น เปิดโอกาสให้นักออกแบบ ศิลปิน และผู้สร้างสรรค์ของไทยมีบทบาทในเวทีโลกมากขึ้น.[76, 77, 60, 78, 79, 80]
- ทักษะภาษาและวัฒนธรรม:
- บทบาทของประเทศไทยในเวทีโลก และการสร้างโอกาสในต่างประเทศ (Thailand’s Role on the Global Stage & Creating Opportunities Abroad):
- การทูตและองค์กรระหว่างประเทศ: บทบาทของไทยในเวทีภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเป็นเจ้าภาพการประชุมสำคัญระดับโลก (เช่น APEC) และการมีส่วนร่วมในองค์กรระหว่างประเทศ เปิดโอกาสให้คนไทยมีส่วนร่วมมากขึ้น.[59, 95] รัฐบาลปัจจุบันมีบทบาทเชิงรุกในการทูตเศรษฐกิจและพหุภาคี โดยเฉพาะการส่งเสริมการค้าและการลงทุน.[6, 7]
- การใช้ Soft Power เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม: นอกจากการท่องเที่ยวแล้ว ไทยกำลังมุ่งเน้นการส่งออกความเชี่ยวชาญทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ (เช่น สุขภาพและความงามแบบดั้งเดิม) และบริการทางวิชาชีพ (เช่น การดูแลสุขภาพ, อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ผ่านโครงการ Music Exchange) ซึ่งสร้างงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น. นโยบาย Soft Power ของรัฐบาลมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ 13 สาขา.[96, 19, 97, 98]
- ทักษะดิจิทัลและเทคโนโลยี:
- การเติบโตของ Tech: โอกาสในสายงานเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด เช่น AI Consulting, Cloud Computing, Cybersecurity, Data Science, และ Prompt Engineering.[12, 13, 14, 99, 15, 16, 17, 53, 100, 19, 20, 101, 21, 22, 23, 24, 25, 26] (AI และ Cybersecurity เป็นทักษะที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2567).[99, 101]
- นโยบายภาครัฐ: วาระ “ประเทศไทย 4.0” และเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางดิจิทัลระดับภูมิภาคภายในปี 2570 [3, 12, 14, 16, 42, 17, 18, 20, 22, 23, 25, 26] พร้อมการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนต่างชาติ สร้างโอกาสในการพัฒนาและใช้ทักษะดิจิทัล.[10, 11, 13, 19] รัฐบาลปัจจุบันยังคงเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและพัฒนาบุคลากรผ่านโครงการต่างๆ เช่น “Anywhere Anytime” (งบประมาณ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ).[102, 103, 104]
- ผู้ประกอบการ: การใช้เทคโนโลยีสร้าง Startup หรือธุรกิจใหม่ๆ ที่สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ โดยเฉพาะใน EEC ที่มีการลงทุนสูง.[18] รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริม Startup และ SME ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง.[4, 105]
- ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน: คนไทยที่มีความเชี่ยวชาญในสาขาเฉพาะทางที่เชื่อมโยงกับเทรนด์โลก เช่น การพัฒนาที่ยั่งยืน (มีการจัดประชุม icRS, UN SDG Forum ในไทย) สามารถสร้างชื่อเสียงและโอกาสในระดับสากล.[16, 56, 17, 45, 57, 106, 107, 108, 58] รัฐบาลสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาในสาขาเหล่านี้ผ่านนโยบาย Bio-Circular-Green (BCG) Model.
- โอกาสในการปรับตัวและสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ: การคุกคามของภาษีจากสหรัฐฯ (36%) [1.2, 1.3, 2.1, 2.4, 3.2, 5.1, 5.2] กระตุ้นให้เกิดโอกาสในการ กระจายตลาดส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาสหรัฐฯ และแสวงหาตลาดใหม่ๆ ในเอเชีย ยุโรป หรือแอฟริกา [2.3] นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสในการ เสริมสร้างอุปทานภายในประเทศ และลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าในบางภาคส่วนที่อาจได้รับผลกระทบ [1.2] การที่รัฐบาลไทยดำเนิน การเจรจาอย่างแข็งขัน กับสหรัฐฯ [1.3, 6.1, 6.2, 6.3] แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการใช้การทูตเชิงรุกเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้า ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงที่ดีขึ้นหรือการชะลอการบังคับใช้ภาษี และยังเป็นโอกาสในการ ดึงดูดการลงทุนจากประเทศอื่น ที่ต้องการหลีกเลี่ยงภาษีของสหรัฐฯ หรือต้องการฐานการผลิตที่มั่นคงในภูมิภาค
คำถามสำหรับกระตุ้นการสนทนา:
- ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา คุณเห็นโอกาสใหม่ๆ อะไรบ้างที่คนไทยในยุโรปสามารถคว้าได้จากเทรนด์โลกปัจจุบัน?
- เราจะใช้จุดแข็งด้าน Soft Power และทักษะเฉพาะตัวของคนไทย เพื่อสร้างประโยชน์หรือโอกาสในต่างประเทศได้อย่างไรให้มีประสิทธิภาพสูงสุด?
- มีอะไรที่เราสามารถทำร่วมกันในฐานะชุมชน Thalay.eu เพื่อส่งเสริมโอกาสของคนไทยในยุโรป และสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นได้บ้าง?
เราหวังว่าข้อมูลและคำถามเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวและทำให้การสนทนาใน Forum มีความหมายและน่าสนใจยิ่งขึ้นครับ/ค่ะ
